การบริหารเงินตามช่วงอายุ

  1. วัยก่อนทำงาน (0-21 ปี) 

       เป็นวัยที่ปลููกฝังวินัยการออม เพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยวัยนี้กำลังศึกษา พึ่งพาพ่อแม่ ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ไม่มีหนี้สิน และเป็นวัยที่สุขภาพแข็งแรง ส่วนเป้าหมายการเงินนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อของใช้ส่วนตัว หรือซื้อของขวัญพิเศษ กลยุทธ์ความมั่งคั่ง จึงเริ่มด้วยการศึกษาการลงทุน การป้องกันความเสี่ยง การสร้างวินัยการออม เน้นเรื่องความเสี่ยงต่ำ และหากพูดถึงความเสี่ยงในชีวิตแล้วยอมรับว่าเป็ยวัยที่คึกคะนองการเกิดอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้

       สำหรับการจัดพอร์ต การลงทุนในวัยนี้ 50 % เป็นเงินฝากออมทรัพย์ 40 % เป็นเงินฝากประจำ และอีก 10 %  ซื้อประกันชีวิต
          
      2. ช่วงวัยเริ่มทำงาน (21-30 ปี) 

      เป็นวัยเริ่มต้นการลงทุน กระตุ้นความมั่งคั่ง โดยวัยนี้เพิ่งเริ่มต้นการทำงาน ดังนั้นรายได้และค่าใช้จ่ายยังไม่สูงนัก สุขภาพยังแข็งแรง เป็นวัยที่สร้างเนื้อสร้างตัว ต้องการซื้อสินค้าที่ทันสมัย แน่นอนเป็นวัยที่คึกคะนอง ดังนั้นความเสี่ยงจึงมาจากเรื่องอุบัติเหตุ

       จากการที่เป็นวัยที่เพิ่งมีรายได้เป็นของตัวเอง กลยุทธ์การบริหารเงินจึงให้ความสำคัญที่การบริหารค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีเงินออม และเนื่องจากเป็นวัยรุ่นสามารถเริ่มลงทุนในสินทรัยพ์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ที่สำคัญต้องเพิ่มความรู้การลงทุน

        สำหรับการจัดพอร์ต การลงทุนในวัยนี้ ลงในกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว 70 % ซื้อประกันชีวิต 20 % เป็นเงินฝากประจำ ,กองทุนรวมตราสารหนี้ 5 % และเป็นเงินฝากออมทรัพย์ 5 %




      3. วัยเริ่มสร้างครอบครัว (31-40 ปี)
      
       เป็นวัยที่ต้องเพิ่มพูนความมั่งคั่ง กำลังมีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับสูง หน้าที่การงานกำลังก้าวหน้า ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของตัวเอง ส่วนเป้าหมายการเงินจะมุ่งสร้างครอบครัว ออมเงินเพื่ออนาคต และกำลังมองหาสินทรัพย์ที่ใหญ่ขึ้น อยากได้รถยนต์หรูหราขึ้น 

      ดังนั้นความเสี่ยงในวัยนี้กำลังเผชิญ ภาระหนี้สินก้อนโต สุขภาพและอุบัติเหตุ ด้วยเหตุนี้การวางแผนการเงินจึงต้องกระจายความเสี่ยง การวางแผนภาษี แผนการออม การลงทุนเพื่อวัยเกษียณ อย่างไรก็ตามเมื่ออายุมากขึ้นความเสี่ยงที่รับได้ก็ต้องลดลงเพราะมีภาระทางการเงินสูงขึ้น

      สำหรับการจัดพอร์ต การลงทุนในวัยนี้ ลงในกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว 50 % ซื้อประกันชีวิต 20 % เป็นเงินฝากออมทรัพย์ 10 % ,กองทุนรวมตลาดเงิน  10 % และเป็นเงินฝากประจำ กองกุนรวม ตราสารหนี้ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ 10 %

       4.วัยการงานมั่นคง (41-55 ปี) 

      วัยนี้การงานและฐานะทางการเงินมีความั่นคง รายได้สูงภาระทางการเงินเริ่มลดลง และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ส่วนเป้าหมายทางการเงินนั้นอยู่ที่การเก็บเงินให้ลูกได้ศึกษาในระดับสูง ๆ จึงต้องรักษาความมั่งคงทางการเงิน ดังนั้นจึงต้องระวังเรื่องการก่อหนี้ สุขภาพและอุบัติเหตุ
      
         สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น วัยนี้ต้องเน้นการวางแผนภาษี และเกษียณอย่างเป็นระบบจึงต้องกระจายการลงทุน และเริ่มลดสัดส่วนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงลง

       สำหรับการจัดพอร์ต การลงทุนในวัยนี้ ลงในกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) 
30 % ซื้อประกันชีวิต 30 % เป็นเงินฝากประจำ กองทุนรวม ตราสารหนี้ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 20 % ,กองทุนรวมตลาดเงิน  10 %  ส่วนที่เหลือเป็นเงินฝากออมทรัพย์ 10 %

        5. วัยเกษียณอายุ (55 ปีขึ้นไป)
 
       เป็นวัยที่กำลังเตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ ดังนั้น ภาระทางการเงินลดลง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายประจำวันและค่ารักษาสุขภาพ ส่วนเป้าหมายทางการเงินจะเน้นไปเรื่องรายรับเพื่อใช้จ่ายประจำวัน ท่องเที่ยวและออมไว้ให้ลูกหลาน ส่วนความเสี่ยงแน่นอนต้องเน้นเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ

        ที่มาของเงินลงทุนนั้น จะมากจากบำเน็จ บำนาญ เงินออม ผลตอบแทนจากการออมและการลงทุนตั้งแต่วัยทำงานอยู่   ด้วยเหตุนี้การวางแผนทางการเงินต้องเน้นความเสี่ยงต่ำ รักษาเงินต้น มั่นคง สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ
         สำหรับการจัดพอร์ต การลงทุนในวัยนี้ เป็นเงินฝากประจำ กองทุนรวม ตราสารหนี้ 50 %  ,กองทุนรวมตลาดเงิน  15 %  เงินฝากออมทรัพย์ 15 % ,ในกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) 10 % และซื้อประกันชีวิต 10 %

    
        การตัดสินใจขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ส่วนที่ปรึกษาทางการเงิน จะคอยให้คำปรึกษาให้เหมาะสมในแต่ละคนปัจจุบันคนไทยกับมุมมองการลงทุนระยะยาวยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ (เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว). ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักวางแผนการเงิน ในการให้คำแนะนำลูกค้าอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนระยะยาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น